ทุกๆอย่างที่ทำ..ก็ทำๆไปอย่างนั้นแหละ..(จริงรึ..!..)

เธอจงมองดูสิ่งที่อยู่ภายนอกเท่าที่เห็น แล้วก้มลงมามองสิ่งที่เธอมีอยู่ดูสิว่าอะไรที่เราต่างจากคนอื่น..

การฝืนจิตฝืนใจกับการฝึกจิตฝึกใจนั้นมีความหมายและวิธีการปฏิบัติแตกต่างกันนะเธอ..

ใช่แล้วจ้า..พสก/อุบาสิกา ตัวอาตมาเองแต่เดิมที่เคยตกอยู่ในอบายภูมิอันเป็นที่สงัดจากแสงสว่างของดวงอาทิตย์ และมีเสียงดังอยู่ตลอดเวลาคือเสียงฝนตกพรำๆประกอบด้วยเสียงฟ้าคำราม แต่ไร้น้ำแม้แต่หยดเดียว

ไม่มีความเหงาใดๆจะเ ทียบเท่าได้เลยหากเปรียบโลกมนุษย์..กับอบายภูมิ

โอกาสไม่ได้มีไว้ให้เรามองดูหรือฟังเลยนะ หากแต่โอกาสมีไว้ให้เราสำเนียกและสำนึก..ในดีชั่ว

อาตมาได้รับโอกาส จากเจ้ากรมการบัญชี เพื่อทำกิจอันไถ่บาปของอาตมา ในครานั้นพระภิกษุนาม
อุมาภรเถระได้อนุเคราะห์อาตมาจนได้มีโอกาสมาพบเจอพวกท่านทั้งหลาย

การที่อาตมาได้มีโอกาสครั้งนั้น คือเหตุและผลของการจาริกเพื่อเรียนรู้บุุพพะกิจ(กิจอันควรกระทำแต่ต้น) แต่ผู้ไขปริศนาธรรมไม่ได้อยู่ในโลก
พระอาจารย์อุมาภรเถระ ไม่ได้บอกว่าอยู่แห่งใดเพียงแต่ท่านได้กล่าวเป็นนัยๆว่า

ภูเขากั้นฟ้า กรรมบังตา บุญบารมีไม่เคยสร้างร่วมกันแม้นอนชิดติดกันได้ ก็ไม่มีความหมาย

ครานี้อาตมาได้มีโอกาสได้พบกับท่านทั้งหลายหากจะสาธยายธรรมจากสติปัญญาอันมีน้อยนิดย่อมรู้สึกไม่ต่างจากอึ่งอางพองตัวให้เท่าวัว..

ท่านทั้งหลาย อาตมาได้ประสบพบเจอเหตุในอบายภูมิมาแต่เพียงชั่วช้างแกว่งหู งูแลบลิ้น..ก็ยากแท้แก่การสาธยายเป็นแก่นธรรมได้ดี

สิ่งที่อาตมารู้แจ้งจากจิตจากใจก็คือ…

เหนือกายมีวิบากกรรม..เหนือวิบากกรรมมีวาระจิตที่เด็ดเดี่ยว เหนือวาระจิตที่เด็ดเดี่ยว..คือพระนิพพาน

นรกมีแท้แน่ใจเพราะไปมาแล้ว สวรรค์มีมั่นใจเพราะแต่ก่อนเคยอยู่ นิพพานมีแน่นอนเพราะศรัทธาในคำสอนและความเป็นจริงของกติกาแห่งกรรม

ไม่มีเขื้อไฟๆไม่ลุกติดได้ ไม่มีเหตุ ผลใดๆย่อมไม่เกิด

นี้แลสัจจะธรรม ที่เกิดขึ้นโดยธรรมชาติแห่งปัญญาบารมี ขอ ภพภูมิทั้งหลายจงเคลื่อนประตูกลให้แก่อาตมาณ.บัดดล…

พระภิกษุหนุ่มรูปนี้กำลังจะไปที่แห่งใด…?..

ในตอนต่อจากนี้เชิญติดตาม แกะดำคัมภีร์ชีวิตถ่ายทอด/บรรยาย