“ใจกูนี่ให้คือดั่งหินผา หูกูบ่หนา..แต่ว่าใจกูหนัก ให้ท่องจำเอาไว้ “

แต่ก่อนนี้มีนาคานามจุลมณี..สีหนาถร..ผู้เพียรสั่งสมบุญบารมีด้วยการงด การอ้าปาก และงดการใช้ฤทธิ์ทุกชนิด แม้ว่าจะถูกกลั่นแกล้งจากขนชาวบังบดที่มีมิจฉาชีพ คือประกอบการเลี้ยงชีพด้วยการแย่งชิงและเลียนแบบ…แต่ด้วยสัจจะที่ตั้งไว้ว่าจะบำเพ็ญเพื่อจะได้มีโอกาศได้อยู่ร่วมสมัยในศาสนาของพระโคตมะ จึงได้ไม่ถือเอาเหตุใดๆเวลาถูกกลั่นแกล้ง..แม้กระนั้นเหล่าบังบดกลุ่มที่พยายามกลั้นแกล้งก็ไม่ได้ลดละความพยายาม จนมีหลายครามุ่งจะทำลายตบะ ด้วยการทำลายร่างกายให้ดับสิ้นเสีย…

“เรานี้ไม่ได้มีเหตุเกี่ยวข้องในบูพกรรมการใดเลยกับพวกท่าน หากแต่เราอาจมาขวางขัดขุ่นข้องในวิสัยของพวกท่าน..”

ฤทธิ์ของเราคือแก้วดวงนี้ เราสำทับด้วยบริกรรมว่า…สัตตะรัตนะ มหาปะการัง..เป็นที่พึ่งแห่งภาวนาโดยสัตยาธิษฐาน หากเราต้องดับสังขารเพราะเหตุใดๆที่ไร้บริบทแห่งกรรมมาเกี่ยวข้อง ขอเหล่ามหาเทพทั้งหลายจงรักษาสัตยาธิษฐาน ของเราเป็น มหามณีรัตนา ด้วยเถิด

ร้อยคนชังพันคนรักหมื่นคนรู้จักแสนล้านคนกลั่นแกล้ง ไม่มีผลรุนแรงเท่ากับเรา หลอกตนเอง

สหายเอ๊ย…สหายเอ๊ย..ได้ยินเราแล้ว พึงน้อมจิตใจให้มั่น มาๆเรามาร่วมกัน สร้างมหากฐิน จุลมณีโชติ มหากาฬ ร่วมกัน เพื่อชาติภพสุดท้ายในฐานะกายหยาบที่ทุกข์ทรมาน…เถิดนะ..

ธรณีนี่นี้เป็นพยาน มีหลักฐานบันทึกเรื่องราวของเรา ขอกายของเรา เป็นฐานมั่นในพระศาสนาของพระศาสดา โคตมะด้วยเทอญ…โอม สวาหายะๆ หุลูๆหุลูๆ จิตติๆ
ฤทธิๆ สโหมปิด…ณ.ถิ่น.เมืองแมนสรวง..ทุกทิพาราตรีเทอญ…..

จุลมณีโชติ…สู่สหายรัก นรนาถรสีหะนาโค…