” เขิงจะแยกและจำแนกกลุ่มชน “

ถ้าเป็นสุขย่อมไม่ร้อนรนเรื่องของคนอื่น เพราะบุคคลไม่สามารถจะเป็นสุขหรือทุกข์แทนกันได้ จะมีประโยชน์อะไรถ้าข้างนอกสดใสข้างในมัวหม่น เธอคือจำอวดหรือลิเกโขนหนังรึ ถึงจะต้องแสดงทำท่าทำทางตลอดชีวิต..เธอจะกินผักชีที่โรยหน้าอาหารใช่มั้ย..ถึงต้องแต่งแต้มเสียจนหาความจริงไม่เจอ…

เธอเป็นผู้แสวงหาความจริงที่จอมปลอม เธอย้อมสีของโลกด้วยจริตและสาไถยแห่งมารยา เธอเสพและลุ่มหลงพะวงในโลกธรรม..ทั่งที่เธอเองก็รู้อยู่แก่ใจว่า..”แค่นั้นเอง”

อย่างบอกนั่นล่ะ เราย่อมหวงตัวกับชนที่ลบหลู่เรา..แม้แต่ถ้อยความธรรมใดๆ วันนี้เป็นวันที่มีพระอริยสงฆ์เกิดขึ้นจากพระธรรมเทศนา ที่ชื่อว่า ธรรมจักรกัปปวัตนสูตร หมู่ชนของเรา ย่อมเดินทางมาถึงใกล้ฝั่งแล้ว และเราย่อมเดินทางออกมาไกลจากเธอแล้วเช่นกัน..ข่าวของเรา เสียงของเรา และธรรมของเรา..จะหายไป

เราพิสูจน์แล้วว่าเงินคือสิ่งบาดจิตบาดใจ รู้ขนาดใหนก็ไปไม่รอดหรอก..”ลาล่ะนะ”