นาคราชถือเอาสัตย์ศีลธรรมเป็นนิสัย..บ่ไปแก่งแย่งไผอยากได้แนวของเผิ่น..เผิ่นสิเป็นแนวได๋..บ่เคยได้ไปคิดต่อ..พ้อกะว่าเห็น บ่เห็นส่ำบ่พ้อ บ่เคยสู้เว้าก่นความ

บัวทองกล่าวไว้..บ่ให้อ้ายคำพองได้คึดนำ…คั่นแม่นหยากริษยาอิจฉาตั้งตนก่อดำรงค์ชีพ บัวทองสิรีบต่าวคืนเวียงวังเมืองแก้ว บ่ให้อ้ายได้เป็นทุกข์ใจ

บุญบ่เคยก่อฮ่วมสร้าง ทางบ่เคยเทียวท่องแผ้วถากถางหย่างนำกัน อยู่นำกันได้กะส่ำลักหรอย..

บัวเครือถึงสิเป็นมนุษย์กะบริสุทธิ์มีศีลธรรม บ่เคยสร้างบาปกรรม คิดระยำต่ำช้า…นำขายหน้าแม่นผู้ได๋ เห็นบัวทองมีรูปงามสะร่างเป็นสง่า..บ่ได้คิดริษยา
กลับมีมุทิตา ยินดีพร้อม นี่แล่วเปิ่นวา..ไว้.ต่อเก่าก่อนโบราณมา พวกที่มีจิตริษยา บ่.ต่างหมาไล่เห่าช้าง…ทางกะทางของเผิ่น หย่างเดินเหินเผิ่นกะ
หย่างเหยียบดิน ผู้หนักซ้ำบาดแม่นหมู่ฝูงหมา
จั่งแม่นสมเพชเวทนา ซุมหมู่หมาและลิงข่าง ผสมพร้อมหมู่ชะนี…

นับแต่นี่ เป็นต้นไป เฮาสิฮ่วมสมานใจ เฮาสิฮ่วมฉันผัวเมีย พี่บัวเครือ น้องบัวทอง นับเป็นพี่เป็นน้องครองฮ่วมฮักแม่นผัวเดียว อยู่ฮ่วมกันสร้าง
แปงบ้านให้ฮุ่งเฮือง แบ่งม่องอยู่ปันแนวกิน เมืองเวียงจันทน์กับเมืองแก้ว..นับเอาสัตย์คือความซื่อ นับถือเอาแม่นคองธรรม มีศีลตั้งให้ร่มเย็น

ลำห้วยไครัใหลฮอดไส ใจของนางใหลฮอดนั่น..นับเวียงจันทร์สันตนาค ดำเนินต้าวกล่าวนิทาน สั่นแล๊ว…

สามเกลอเผิ่นวา..บุญบ่ทำกรรมบ่ก่อ..นั่งจ้อก้อจอบถ่าติ…คิดแต่แนวที่บ่ดี..มีสามีนับบ่ถ้วน..ชวนแต่หมู่พาแต่พวกนำหาเว้า..เห่าผู้คน…นั่นล่ะ…หมู่หมา..

เอ๊า..เซิญ ฟังลำซะล่ะล่า…5555555