“ก้อนหินกับก้อนกรวดและก้อนคำ”

ก้อนหินมีดินเป็นส่วนผสม..เกาะติดกันมานานนับ..

ก้อนกรวดมีดินเป็นส่วนผสม..เกาะติดกันมานานนับ

ส่วนก้อนคำไม่มีดินเป็นส่วนผสม..กลับเป็นน้ำที่มีแร่ธาตุทอง..แร่ธาตุเงิน..แร่ปรอท..แหละธาตุนานัปการ เป็นที่มา..ใหลรวมกัน..

ทั้ง 3 สิ่ง..ที่กล่าวมา ยังไม่สมบูรณ์พอที่จะมีมูลค่า..ยังจำเป็นต้องอาศัยช่างฝีมือดี ที่มีความรู้เป็นอย่างดี..พร้อมความชำนาญเป็นประสบการณ์..มาตกแต่งหรือผสมส่วนให้มีคุณค่า….

เช่นกัน..ทรัพย์หากจะนับเป็น หิน กรวด ทองคำ..
ย่อมมีค่าแตกต่างกัน..แต่ทุกๆอย่างก็มีค่า…เพียงแต่..จะใช้ปริมาณและปริมาตร..มาแยกแยะ….

คนโง่เขลา..ได้ก้อนคำ..ไม่แตกต่างจาก ลิงใส่ชฎา…คนไร้สติปัญญามีทรัพย์ได้..ไม่ต่างจากหมาได้ใส่เสื้อผ้าเหมือนคน..ย่อมฮึกเหิมหลงทะนงตน..ว่าเลิศแท้ๆ มองดูน่าสมเพชยิ่งนัก….

มงกุฎดอกหญ้า ที่ทำขึ้นมาสวมใส่ เจ้าหญิง เพียงเพื่อหลอกลิง..ที่แอบขโมยชฏาและอาภรณ์ของเจ้าหญิงไปใส่…สามารถหลอกให้ลิงเอาชฎาของจริงและอาภรณ์ที่ขโมยไปมาวางไว้กลับคืนที่เก่า..แล้วขโมยเอามงกุฎดอกหญ้าไปใส่ แล้วห้อยโหนกระโจนตัว..พรางแยกเขี้ยว..ร้องเจี๊ยกๆๆๆ..ด้วยความสะใจ..ที่สามารถขโมยของสำคัญของเจ้าหญิงได้…

นั่นก็คือ..นิทานปรัมปราที่สอนให้รู้ว่า ปัญญาบารมีไม่มีเท่าเขา พูดได้ ก็เหมือนเห่า เลียนแบบได้..แค่เหมือนลิง..เย้นหยันได้ เป็นเพียงค่าง..บ่าง..และชะนี..น่าสมเพชนัก….

มีดี..มีค่า..มีคุณ.ไม่ต่างกันหรอกนะสรรพสัตว์

นางหมาจิ้งจอก เป็นเทพธิดาในสายตาของหมาจิ้งจอกด้วยกัน…เผ่าพันธุ์สังคม..เดียวกัน..จริตเดียวกัน…ชอบและนิยมแบบเดียวกัน…จะอยู่ด้วยกันได้…ไร้ค่า..หากอยากเป็นคนอื่น..มีค่ามากมาย..หากเป็นตัวตนของตนเอง…..

ลิงเอ๊ย…ผัวเธอยังคอยอยู่ ชะนีเอ๊ย ชู้เธอยังรอร่วมรัก..แล้วที่เธอร้องเรียกผัวๆ ไม่หยุดปาก
ระวังบ่างกับค่างมันได้ยิน..จะมายุยงให้ตีกันนะ…จ๊ะ..เจ้าหญิงพูดกับลิง..แล้วเธอก็ วางมงกุฎ
ไว้ แล้วยิ้มนี่ของจริงจ้า ” ฉันให้นะ..”..ก่อนจะเดินจากไป

ใช่ถ้าเราตรึกตรองดูในเรื่องราวในนิทาน…ย่อมแยะออกได้ว่า..สิ่งที่สมควรไม่ใช่ความคิดอยากได้อยากเป็นเหมือนใครๆ แต่ต้องก้มมองตรวจตราว่าเราเป็นเช่นไร..นั่นแหละ..มีค่าแน่นอน..
ในสายตา..ชนหมู่เดียวกัน….

ไม่ใช่คำสอนนะ..ไม่ใช่ธรรมะ..แต่เป็นสัจจะ..คือความจริง…

หมาหอนเพราะไม่เห็น หมาเห่าเพราะสงสัย…หมากัดเพราะมั่นใจ ว่าเหยื่อไม่รู้ตัว…

เป็นที่มาของคำว่า ” หมารอบกัดจ้า….”