เมื่อฉันได้เห็น..ประจักษ์คือใจ..ในมูลเหตุสาระแห่งสภาวะของวัฏฏะสงสาร ฉันเองก็สุดจะพรรณาถ้อยคำใดๆออกมาแม้แต่นิดนึง..เลย..
ความเป็นไปโดยธรรมชาติ. ย่อมกระชากทุกๆอย่างให้เคลื่อนที่ไปตามกฏของพระกาฬ…แต่กระนั้นก็ยังคงเผลอรำพึงอยู่ในขณะดวงจิต ใช่เพราะความรู้สึกนั้นย่อมมีที่มาสั่งสมข้ามชาติภพ หากจะกล่าวเรื่องราวจากนี้ไปโดยขาดการลำดับลำดา ย่อมยังความฉงนแก่ หมู่ชนเป็นแน่แท้เชียวล่ะ…
อะไรบ้างไม่มีที่มาบ้างเล่า เธอเอ๊ย แม้อาหารบำรุงร่างกายยังใช้เพลาเป็นตัวกำหนด เราไปสดับพระสัทธรรมเทศนาของอริยะสงฆ์ นามอุปๆคุตระมาลัยอุมาภรณ์. เถิดเธอเอ๋ย….
ท่านทั้งหลาย. จึงอย่าพึงพินิจเราสักแต่เพียงเรื่องราวที่ประจักษ์ต่อกาลนี้เลย….แต่ครานึงเราเองเคยนึกอิจฉาท่านทั้งหลาย. เพราะทิพยะศิลาอาสน์ นั้นย่อมพรั่งพร้อมไปด้วย มวลบุปผาลดาวัลย์ อันขจรไกล..ยะเยือกเย็นเสมอแก่นจันทร์ รัญจวนจิตยิ่งนัก ธิดาแห่งพระเฉวตฉัตร ชเวงสึมา โลกาธิบดีโลกนาถรนั้น ย่อมมิประสงค์เพื่อครอบครองสิ่งใดๆเลยใน
ภิภพ หากแต่จะมีบ้างก็สักแต่เพียงปรารถนาแห่งมหาราชา แห่งเทวะโลก นามทรงธรรมบพิธ สหธรรมิกะราชาเทวราชกุญชร ผู้แผ้วทางอันเป็น สุขาวดี แก่หมู่ชน จริงเทียว แม้หนึ่งในนั้น องค์พระวิปัสสี ยังคงกล่าวนิยม สรรเสริญ ว่าเป็นยอดยิ่งนัก.
เราจะเดินทางแล้วนะ…น้องหญิงเอ๋ย..พึงเตรียมสัมภาระเถิด. น้องแก้ว…หมู่ชนทั้งหลายเขากำลังลอยคอ อยู่นะจ๊ะ..คนดี…..