ถึงร่างกายโดยกรรม.ที่ส่งผลแล้วโดยวิบาก..ใน.
อาการใดๆ..กายเป็น สัตว์เดรัชฉาน..จิตใจเป็นอริยะ..( ประเสริฐแล้ว..) ย่อม..ทำให้กรรมที่ส่งผล.เป็นวิบาก..นั้น.สิ้นสุดลง..เธอ..รู้แล้วใช่มั๊ยล่ะ..ว่านรกนั้น..มีเมืองหลวงอยู่ในหัวใจเธอนั้นเอง..สัตว์ทั้งหลาย..ที่เกิดแก่เจ็บตาย..นรกนั้น..อยู่ในเรือนจิตเรือนใจของพวกเธอนั้นแหละ..นะ.
.การตกนรกนั้นไม่ต้องรอวันตายเลย..แค่เธอถูกครอบงำ..
อนุสัย..อันเป็นอกุศล..มีความ..โลภ..ความโกรธ..ความหลง..ครองงำ..สติปัญญาเธอ..เกิดนิวรณ์..5 อันเป็นที่มาของเศร้าหมอง..มองเห็น..ดี.เป็นชั่ว..จ่อมจม..อยู่ในภวังค์..แห่ง..อกุศล..
เพียงนี้..ขุมนรก.ก็เป็นของเธอ..บนดินแล้ว..นรกที่เดินได้..นรกที่..แบ่งปันใครๆก็ไม่ได้…นั่นแล..
พระตถาคต..ทรงกล่าว..ในกถา..อันเป็น.
วิสุทธิ..มรรคว่า…ชนใด..ขัดเกลาจิตใจ..ด้วยธรรม..อัน..ประกอบด้วย..ศีล..สมาธิ.ปัญญา..
อันมีวิธี..ปฏิบัติ..ด้วย..การให้ทาน..คือ..อโหสิกรรม..และทาน.โดยพรหมวิหารธรรม…และขัดเกลา..กาย..วาจา..และใจ..ด้วย.
การสังวรณ์ เสมอ
ในศีล…หมั่น.เพียร.ภาวนา..เสริม.กำลัง.5
คือพละ..จนเป็นสมาธิ…เกิด..ธรรม.อันบริสุทธิ์ด้วยปัญญา..อันจำแนก..แยกแยะ..กุศล..อกุศล..และ.สิ่งอันเป็นกลางระหว่างกุศล.
.กับอกุศล..ย่อม..สมบูรณ์..โดยดี..ในธรรม.ทั้ง.7.
ในโพชฌงค์..ย่อม..ยกขุมนรก.ทุกๆขุมออกสิ้น..
เป็นแน่แท้…ดังนั้น..วิบากย่อมเป็นไป..ส่วนจิตใจย่อมทรงไว้ให้เหนืออารมณ์.นะจ๊ะ..
นี่คือเมืองนรกจ้า..บนดิน..ไม่ต้องตาย..
ปัจจัตตัง..เวทิตัปโพ..วิญู..หีติ…วิญญูชน..ย่อมรู้เฉพาะตนจ้า…