สถานะใด…จะสำคัญ
และล้ำค่า..เท่ากับ..สถานะ..
“รู้เท่าทัน.อารมณ์.แห่งตน.”
ศีล..คือการสำรวม..ระวัง..กาย..วาจา..และใจ..
ไม่ใช่ข้อบัญญัติ..ยกเว้น..เพื่อ..เอาไว้อ้าง..และอวดกัน..หากแต่ต่างคนต่างสำรวมระวัง..ไม่ให้..พลั้งพลาด..อันจะนำมาซึ่งความเสื่อม..เสื่อมที่กล่าวคือ…
เสื่อมทางกาย..ย่อมทำลายกันและกัน..
เสื่อมทางวาจา..ย่อมกล่าวผุสวาท..หยาบคาย..ใส่ร้ายป้ายสี..หรือแม้นแต่.ช่างยุยง..ให้เสียกาล..เช่น..บ่าง..ค่าง..ชะนี..เป็นกาละกิณี..บัดสีคำ..
เสื่อมทางใจ..หมายจองเวร คิดกลั่นแกล้ง..ยังที่มา..แห่ง..มารยา..และสาไถย..ไร้สิ้น.ความละอาย..
ดังโบราณ..ว่าไว้…
อันสตรี..ไม่มีศีล..ก็สิ้นสวย…
บุรุษด้วย..ไม่มีศีล..ก็สิ้นศรี..
แม้นนักบวช..ไร้ศีลธรรม..ก็สิ้นดี…
ข้าราชการ..ศีลไม่มี..ก็เลวทราม…
อันไม้งาม..ย่อมรวมหมู่เป็นทิวแถว…แตกแยกเถา.เทือกเหล่ากอ..ก็คดโค้ง…ช่างธนู..เวลาโก่งเล็ง…จ้องคันศร…หมู่กินนร..ชอบร่ายรำ..ระบำเพลง..
เสียงเสนาะ..ดนตรี.ไพร..นั้นมีสายลม..เป็น..คีตะ…
เสริมสาระ..ให้พลิ้วไหว..ในทำนอง..
หลายเรื่องราว..กล่าวได้..ใช่จะเกิดประโยชน์..
ซ้ำกลับเป็นโทษ..ให้เหล่ามาร..มาเยาะหยัน…
ฉันกล่าวมาทั้งหมดนี้..เป็นสำคัญ..
ดังคำนำ..เริ่มต้นเรื่อง..ประกาศิต..
ทิพเนตร..เทพอัปสร…เหล่ากินนร..ยกย่องเหนือ..พระมารดา….😉😉😉😉.