พระคุณท่าน กำลังแสวงหาสิ่งอันใดเล่าขอรับ…ที่กระผม พอจะมีสิ่งที่ท่าน.ปรารถนารึ..ไม่.ขอรับ…
มีสิ..พสก..เรามาหาท่านนั่นแหละ ท่านมีสิ่งอันเป็นปรารถนาของเรา…
ถ้าเช่นนั้น ขออาราธนานิมนต์ท่าน ..ขอรับ กระผมไม่ยึดเอาเรือนเป็นสิ่งอันโอ่ เกินความจำเป็นขอรับ..
อย่าเลยๆพสก..เรือนของ..คฤหัสถ์นั้น มิใช่ สถานอันรื่นรมย์ของภิกษุเลย อาตมาพำนักตามชายป่าโคนต้นไม้ใหญ่ มาโดยตลอดชีวิต พรหมจรรย์..แล้วจ้า…สักแต่เพียงสนทนา..ครู่เดียวเอง พสก..อย่าลำบากเลย.จ้า..
ถ้าเช่นนั้น..พระคุณท่านพึงเอ่ย..สิ่งอันปรารถนา มาเถิดขอรับ
พสก…พึงน้อมไปทบทวนนะ อย่ารีบตอบ ให้ต่อกาลหน้า..จะมีเหตุ ให้พสกได้แก้ไข จ้า…
อะไรที่ไม่มี..ไม่ใช่ปัญหานะ แต่เป็นที่พักพิงใน กลียุค หากมนุษย์เสื่อมวิบัติ ในคุณธรรม อันมีเมตตาพรหมวิหาร..เป็นธรรมนั้นสิ้นลง…
อะไรที่บังสายฝนที่ตกอย่างหนัก พร้อมพายุ อย่างรุนแรน ไร้แสงสว่างในเพลาถึง23ราตรี..และมืดมิดสิ้นแสง สุรีย์นับโดยไม่กำหนด อย่างเร็วสุด 29ปี
อะไรที่จะเป็นแสงสว่าง นำทางให้คนไม่มีดวงตา แลเห็น
อะไรที่ส่งสำเนียงไพเราะ เสนาะโสติ ให้กับ บุคคลที่หูหนวก
อะไรที่จะ บรรเทาความหิว ให้มนุษย์ ขณะที่ลอยคอในน้ำ ที่ไม่ลึก แต่หยั่งไม่ถึง…
สุดท้าย อะไร คือท่าน อะไร คือเรา อะไรๆๆๆๆๆที่ไม่มีๆๆเราแสวงหาสิ่งนี้แล ในตัวท่าน…